เครือข่ายช่างกลปทุมวัน

หน้าห้อง

ประชาสัมพันธ์

กิจกรรม

บทความ

ประวัติช่างกล

หลังห้อง

ช่างกลมีแต่คนรูปหล่อ ช.ก. ช่างกลปทุมวัน . . . The First of Engineer . . . www.patumwan.net

• นิราศแรลลี่
 
๏ สีดารีสอร์ทซึ้ง
แรลลี่ช่างกลไกล 
กระจกแตกแต่สายใย 
มิตรภาพจากพวกพ้อง 
ตรึงใจ 
นุชน้อง 
ยังแน่น ปึ้กแฮ 
เพียบพร้อมเพรียงเสมอ ๚

ผ่านพ้นไปหมาดๆ แรลลี่ช่างกลปทุมวันครั้งที่ ๑ กรุงเทพฯ-นครนายก (ช.ก. - สีดารีสอร์ท) เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๖ ในช่วงเช้าประมาณ ๗ นาฬิกา พี่เล็กก็ไปถึงช่างกลปทุมวัน ได้พบน้องสมชายและน้องอำนาจ สองหนุ่มหล่อ ช.ก.๕๕ ซึ่งกำลังตั้งท่าจะติดสติ๊กเกอร์กันอยู่ พี่เล็กก็เลยจอดรถใกล้ๆ กัน เพื่อโชว์การติดสติ๊กเกอร์ที่ติดมาอย่างดีเพราะเห่อจัด ........อิอิอิอิ

เมื่อทักทายกันสักพักหนึ่งแล้ว พี่เล็กก็ได้เดินไปจุดธูปทำความเคารพองค์พ่อพระวิษณุกรรม แล้วได้เดินไปกินกาแฟบริเวณหน้าสมาคมศิษย์เก่า แวะทักทายพี่ๆน้องๆ ตามประสาชาว ช.ก. ระหว่างที่รอเวลาปล่อยรถอยู่นั้น พี่เล็กก็ได้เดินถ่ายรูปไปตามเรื่องตามราวอย่างเพลิดเพลินจิต ที่จะฮือฮากันอยู่บ้างก็ตรงที่มีน้องๆ สองสาวจากคณะมอเตอร์โชว์ มาร่วมถ่ายรูปคู่กับหนุ่มช่างกล ซึ่งมีทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ผลัดเปลี่ยนกันเข้าไปถ่ายรูปคู่กันอย่างครึกครื้น จนได้เวลาปล่อยรถ

สำหรับรถพี่เล็กนั้นเป็นรถเบอร์ 014 ซึ่งพี่เล็กเป็นคนขับและมีพี่นิพนธ์ ช.ก.๓๔ เป็นเนวิเกเตอร์ ซึ่งท่านพี่นิพนธ์นี้น่าจะเป็นเนวิเกเตอร์ที่หนุ่มที่สุดในงานนี้ เพราะอายุเพียง ๕๘ ขวบกว่าๆ ... อิอิอิ งานนี้พี่เล็กก็ขับลูกเดียว อีกลูกก็เอาไว้ถ่ายรูป รวมอายุของไดร์เวอร์และเนวิเกเตอร์ก็เกินร้อยปีแล้ว เราจึงตั้งใจที่จะขับแบบท่องเที่ยว ชมนกชมไม้ ชมวัดชมทุ่งไปเรื่อยๆ พี่บอกยังไงน้องก็ขับตามนั้น

เมื่อออกรถไปแล้วก็สนุกดี เจอพรรคพวกกลางทางก็บีบแตรปิ๊นๆ (แตรรถนะครับ เพราะไม่มีสาวๆไปด้วย) แต่พอไปถึงจุดนัดพบที่ปั๊มของศิษย์เก่า ช.ก. พอลงจากรถก็ปรากฏว่ากระจกรถพี่เล็กมันทะลึ่งระเบิดขึ้นมา แล้วก็ไล่เสียงเปรี๊ยะๆๆๆๆ เหมือนเสียงสาวรุ่นที่กำลังแตกเนื้อสาว ไม่ถึงหนึ่งนาทีกระจกก็ละเอียดทั้งบาน แต่ดีว่ามีฟิล์มกรองแสงติดอยู่ มันจึงไม่ร่วงกราวลงมาเหมือนตอนหน้าแตก ก็ทำให้การแข่งขันไม่หยุดชะงัก เพื่อแวะรับประทานอาหารกลางวันแล้วก็ขับรถลุย (ชมวิว) ต่อไป แล้วแวะซื้อกล้วยก่อนถึงจุดหมายปลายทาง กล้วยที่ซื้อนั้นเป็นกล้วยไข่ลูกโต มีสีสันสวยงาม แต่ราคาเพียงเครือละ ๓๐ บาทเท่านั้น น่าอุดสนุนจริงๆ นะ

เมื่อถึงจุดหมายปลายทางคือที่สีดารีสอร์ทแล้ว ก็ได้พักผ่อนอาบน้ำอาบท่า แล้วก็ออกมานั่งเล่นที่ระเบียง ในช่วงนี้ก็ได้นั่งคุยกับน้องๆ หลายคนที่เข้ามาแจม ซึ่งทุกคนในที่นี้ก็พักอยู่ห้องติดๆ กันนั่นแหละครับ

ครั้นได้เวลาแดดร่มลมตก ตอนหกโมงเย็น ก็ได้เวลานัดหมายให้รับประทานอาหารและสังสรรค์กันนั้น พี่น้องชาว ช.ก.ก็ทยอยกันเข้ามา แล้วก็ได้ร่วมกิจกรรมกันหลายๆ อย่าง เช่นพี่เล็กก็ได้รับรางวัลชุดแรก โดยการคลำใต้เก้าอี้พบอักษรตัว T ซึ่งเป็นหนึ่งในชื่อ PATUMWAN ก็ได้เสื้อแจ็กเก็ตสุดเท่มาคนละตัว

บรรยากาศที่สนุกสนานเฮฮาในงานก็คงเหมือนๆ กับงานเลี้ยงสังสรรค์ทั่วไป แต่ต่างกันที่งานนี้มีลุ้น นักแข่งรถหลายคนๆ ก็ลุ้นถ้วยรางวัลชนะเลิศจากท่านองคมนตรี พณ ท่าน พลเอกพิจิตร กุลละวณิช เด็กๆ ก็ลุ้นรางวัลจากการจับฉลาก ซึ่งมีของรางวัลจากพี่น้องศิษย์เก่าชาว ช.ก. ส่งเข้ามามากมาย ส่วนพี่เล็กก็ลุ้นที่จะได้ถ่ายภาพหลุดเฟรมจากน้องสองสาวในชุดสายเดี่ยว ที่มาช่วยงานบนเวที .. อิอิ

สิ่งที่ประทับใจในงานเลี้ยงในครั้งนี้นอกจากความชื่นมื่นที่ได้มาเจอพี่เจอน้องชาว ช.ก. หลายๆรุ่นแล้ว พี่เล็กรู้สึกประทับใจรุ่นพี่ท่านหนึ่งเป็นพิเศษ คือพี่วงศ์พันธุ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ซึ่งท่านเป็น สว. จังหวัดพังงา ตอนแรกที่ได้เห็นท่านขึ้นไปกล่าวความในใจบนเวที ก็ได้ยินพูดถึงพวกเราชาวสีเลีอดหมู ก็รู้สึกดีใจแล้ว แต่หลังจากนั้น เมื่อท่านเดินมาทักทายน้องๆ ตามโต๊ะต่างๆ พอมาถึงโต๊ะที่พวกเรานั่งอยู่ท่านก็คุยด้วย แล้วก็ได้แจกนามบัตรกับน้องๆ หลายคน ซึ่งพี่เล็กเองก็ได้มาเช่นกัน แล้วท่านยังให้เบอร์มือถืออีกด้วย นอกจากนี้ท่านก็ยินดีให้ทุกคนถ่ายรูปร่วมกับท่าน ด้วยอัธยาศัยที่จริงใจและเต็มใจ ซึ่งน่าประทับใจมาก เพราะการที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะเปิดโอกาสให้ใครๆมาถ่ายรูปร่วมด้วยนั้นมักจะยากหนักหนา หรือแม้แต่นามบัตรนั้นก็ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ พี่เล็กจึงรู้สึกภูมิใจมากที่มีรุ่นพี่ที่มีเลือดช่างกลที่เข้มข้น ที่ได้เป็นผู้ใหญ่ในบ้านนี้เมืองน้ และที่สำคัญบุคคลิกท่านก็สมกับคำว่า “ช่างกลมีแต่คนรูปหล่อ” เลยครับ

พี่น้องชาว ช.ก. ที่บางครั้งดูห่ามๆ แต่ภาพที่เห็นในวันนั้นส่วนใหญ่ก็รักครอบครัว ดูแล้วชื่นมื่นดีจริงๆ บางคนก็อุ้มลูกเล็กๆ ตลอดเวลา แต่บางคนก็ให้ภรรยาดูแลลูกไว้ ส่วนตัวเองก็เฮฮาเต็มที่กับเพื่อนฝูง ซึ่งอย่างนี้เรียกว่าใช้เมียเป็น เพราะถึงจะเมายังไงก็ยังอยู่ในสายตาภรรยา ถ้าเมียไม่เผลอก็แล้วไป อิอิ

หลังจากงานเลี้ยงแล้วพี่เล็กและน้องๆ หลายคนก็ได้ไปแจมกันต่อในศาลาริมธาร ซึ่งมีพี่นิพนธ์ ๓๔ ไปด้วย น้องต๋อย ๓๘ สีไวโอลิน พี่เล็กเล่นกีต้าร์ ส่วนพี่นิพนธ์และน้องๆ อีกหลายคนก็มาร่วมเล่น(เป็น)นักร้อง พอเริ่มเมื่อยก็เลยนั่งคุยกันถึงเรื่องเก่าๆ ของชาว ช.ก. และเรื่องการสืบทอดเจตนารมณ์ในอนาคตกาล เพราะที่ผ่านๆ มามีอาการเพี้ยนอยู่บ้าง ก็ได้แสดงความคิดเห็นกันจนถึงตีสาม แล้วก็แยกย้ายกันเข้านอน

ตอนเช้าพี่เล็กตื่นมาล่อข้าวผัดปูกับต้มเลือดหมู ระหว่างรับประทานอาหารก็ได้นั่งคุยกับพี่สุวินัย ช.ก. ๓๙ ซึ่งได้ข้อคิดหลายๆ อย่างไปประยุกต์ใช้ในชีวิตการทำงาน โดยเฉพาะการวางตัวให้โปร่งใสแต่ไม่ทิ้งเพื่อน ได้เห็นความสำเร็จในการเลี้ยงลูกของรุ่นพี่แล้วก็ดีใจและภูมิใจอย่างยิ่ง โดยลูกชายคนโตอยู่ปูนซีเมนต์ไทย ส่วนลูกสาวคนรองจบอักษร ทำงานอยู่กระทรวงต่างประเทศ ส่วนคนเล็กรูปหล่อ (เห็นในรูป) ยังเรียนอยู่ ม.ต้น

เมื่อรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วพี่เล็กก็มาพักผ่อนนอนต่อ แล้วออกเดินทางเวลาประมาณ ๑๑.๓๐ น. มาถึงธัญญบุรีประมาณเที่ยงกว่าๆ ก็เลยแวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือกับพี่นิพนธ์คนละสามชาม พอได้อิ่มไปอีกมื้อ ที่ร้านก็วยเตี๋ยวเรือนี้ก็ได้เจอกับน้องหมาย ๕๕ ซึ่งพาภรรยาและลูกสาวซึ่งน่ารักมากมาด้วย แลดูอบอุ่นดีจริง

สรุปว่า การได้ไปร่วมงานแรลลี่ช่างกลปทุมวันครั้งที่ ๑ นี้ พี่เล็กรู้สึกสนุกสนานและประทับใจมากจริงๆ ซึ่งไม่น้อยไปกว่างาน ๗๐ ปีช่างกลปทุมวันเมื่อปีกลายหรืองานเลี้ยงที่บ้านใบไม้หรือแหลมฉบังที่ผ่านมา จึงอยากให้พี่น้องชาว ช.ก. ได้เกาะกลุ่มกันไว้ อย่างน้อยเมื่อมีปัญหาก็ปรึกษากันได้ ไม่โดดเดี่ยวในสังคม
 

ชมภาพงานเลี้ยงภาคค่ำ ->