|
จะเริ่มยังไงดี? เอาเป็นว่าเมื่อปลายปีที่แล้ว(พ.ศ.๒๕๔๙) ผมได้เข้าประชุมที่ทีโอทีแล้วนั่งคู่กับคุณสัญชัย ๔๑ ช่างวิทยุห้อง ๑๖ (ซึ่งเรียนด้วยกันตอนปี ๒) จึงได้ทราบว่ามีการนัดหมายเพื่อนๆ ห้อง ๑๖ ช่างวิทยุรอบบ่ายรุ่นแรกกันที่ไร่ยินดี ของผู้พันโฆษิต ยินดี (อดีตหัวหน้าห้อง) ในวันที่ ๒๐ มกราคม ๕๐ โดยได้หารือกันในงานศพแม่คุณทวี ๔๑ (คุณโจอี้เปิดงานว่าทำไมเราเจอกันแต่ในงานศพ น่าจะเจอกันที่อื่นบ้าง จึงได้เกิดทริปนี้ขึ้นมา) ผมก็งงว่าทำไมตัวข้าพเจ้าจึงตกข่าวในเรื่องนี้หรือเป็นเพราะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ (เปลี่ยนค่ายมือถือ) แต่มารู้ตอนหลังว่าคุณแม่ของเพื่อนวีเสียในช่วงที่ผมไปเมืองจีน(ปลายเดือนกันยาปีกลาย)
ทริปนี้นอกจากห้อง ๑๖ แล้ว ยังมีคุณตุ๋ย ๔๑
อดีตประธานช่างวิทยุรอบเช้ามาแจมด้วย
(โดยคุณตุ๋ยได้ไปรับอาจารย์สุวิทย์ไปร่วมแจมด้วย) ตอนเช้าวันเสาร์ พอตีห้าเป๊ง! เจ้าวีก็โทร.มาปลุกทันที อุเหม่! นัดกันตั้งหกโมงเช้า จึงนอนต่ออีกนิดหน่อย พอหายงัวเงีย(และนัวเนีย) ก็ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วขับรถไปรับเจ้าวีและลูกเมียไปพบกับครอบครัวประสิทธิ์ ๓ (มีสามประสิทธิ์) ที่นครปฐม (เพื่อนวีอุตส่าห์นั่งรถทัวร์มาจากทุ่งสงเลยต้องสงเคราะห์เพื่อนหน่อย) กินข้าวเช้าแล้วแวะชมสะพานแม่น้ำแควก่อนเข้าไร่ยินดี
|
สะพานข้ามแม่น้ำแคว เมืองกาญจน์ เมื่อ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๐

ถึงแล้วจ้า บ้านไร่ยินดี ดีจริงๆ ยิ่งห้องน้ำนี่โล่งโจ้งเลย 4x4 เมตร ไม่มีหลังคา อาบแดดในตัว 
|
ช่วงบ่ายๆ นายชร (พรชัย) และเพื่อนสาทแห่งกรมศุลฯ ได้เดินทางมาพร้อมกับ อจ.ยืน ปาระเคน (ช.ก.๓๓๓๓ รุ่น ๒๗) รับประทานอาหารอร่อยเช่นเนื้อเก้งและต้มยำปลากระทิงแม่น้ำซึ่งเจ้าของบ้านภาคภูมิใจมาก ข้าพเจ้ารับประทานจนต้องรบกวนยาธาตุน้ำขาวจากเพื่อนสิทธิ์ (และมื้อค่ำก็ยาอีโมเดียมจากเพื่อนวี) .... เห็นห้องน้ำมันโล่งดี เลยเข้ามันทุกชั่วโมงซะเลย |


|
แพริมน้ำ (เช่ามาสามพัน) ที่พักพิงยามค่ำคืน กินบนบก ... นอนในแพ ... สบายใจเฉิบ! ... ถ้าจะประหยัดก็กางเต๊นท์กันก็ได้ ถ้ามีกีต้าร์-ไวโอลิน ล้อมวงกันยิ่งสนุก รอบข้างไม่มีคนอยู่ สนุกกันได้เต็มที่ ในภาพนั้นถ่ายหลังจากลงไปเล่นน้ำกันมาแล้ว ท่าน อจ.ยืน ท่านลงไปว่ายน้ำด้วย (เสียดายที่ไม่มีใครถ่ายภาพเพราะข้าพเจ้าก็ลงด้วย) น้ำใสไหลเย็นกำลังดี ไม่เย็นจัด พื้นคลองก็เป็นก้อนกรวดและทราย ไม่มีขี้โคลน น้ำลึกแค่หน้าอกถึงมิดหัว เมื่อว่ายน้ำและเดินย่ำทวนน้ำไปประมาณ ๑๐๐ เมตร จะมีสระน้ำส่วนตัว คือกลางคลองช่วงนั้นจะเป็นแอ่ง น้ำจะไม่แรง พื้นก็จะนุ่มเพราะสาหร่าย ดำผุดดำว่ายแล้วพักคุยกัน จากนั้นก็ลอยคอกลับมาที่แพ
ไม่มีคนอื่นเลย ณ ที่นี้ เจ้าของบ้านบอกว่าเพื่อนตุ๋ยเคยมาลากอวนจับปลาเมื่อครั้งกระโน้น .... ปัจจุบันก็ยังมีปลาอยู่ |


|
ตอนเย็นและค่ำมีการรับประทานอาหารกันที่ลานหน้าบ้าน ดูพระอาทิตย์ตกดิน มีสมาชิกมาเพิ่มเติมรวมถึงท่านอาจารย์สุวิทย์ขวัญใจวัยรุ่นสมัยเรียนด้วย อาหารแนะนำมือค่ำนี้คืออ้อมตีนไก่ เปื่อยและอร่อยมาก ถ้าไม่ติดกระดูกก็เข้าปากแล้วกลืนได้เลย หลังจากดื่มกินและพุดคุยกันจนดึก พวกเราก็เชิญอาจารย์สุวิทย์ให้โอวาทและอวยพรปีใหม่แก่พวกเรา ซึ่งท่านก็ได้ให้พวกเรายืนไว้อาลัยแด่ครูบาอาจารย์และเพื่อน-พี่-น้องที่ล่วงลับไปแล้วเพื่อรำลึกถึง และได้เริ่มกล่าวย้ำเหมือนทุกงานที่ได้พบกันคือ คำว่า ช่างกลมีแต่คนรูปหล่อ นั้น มิใช่หล่อที่หน้าตาเท่านั้น แต่หมายถึงการหล่อหลอมสมัครสมานสามัคคีกันให้เป็นหนึ่งเดียว ....... และสุดท้ายได้อวยพรให้พวกเราทุกคนมีความสุขโดยทั่วกัน ............... ต่อมาท่านอาจารย์ยืน ได้ให้เกียรติมาอวยพรปิดท้าย ซึ่งเมื่อท่านลุกขึ้นยืนท่านอาจารย์ได้ยกมือไหว้ไปทางสถูปซึ่งเก็บกระดูกของคุณพ่อคุณแม่เจ้าของบ้าน แล้วพูดว่า ครูดีใจที่ลูกศิษย์ได้ดีและเป็นคนดี ครูมีหน้าที่สอนลูกศิษย์ให้ดำเนินชีวิตที่ดี ครูไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้ความรู้เท่านั้น เพราะความรู้นั้นจะหาที่ไหนๆ ก็ได้ และที่สำคัญครูไม่ได้สนใจว่าใครจะร่ำรวย และยังพูดถึงช่างกลปทุมวันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่ประสูติของพระนางเจ้ารำไพพรรณีซึ่งเรียกว่าวังใหม่ ใครอยู่ที่นี่ถ้าทำดีก็จะได้ดี ทำไม่ดีก็ไปไม่รอด คนทำดีถึงจะจากไปก็ไปดี จากนั้นก็อวยพรปีใหม่ให้พวกเราทุกคนมีความสุขความเจริญ |
อิ่มหนำสำราญและรับพรจากอาจารย์แล้ว ก็พักผ่อนกันตามอัธยาศัย 
ตอนเช้าตื่นมากินกาแฟ ล่อข้าวต้มหมู นั่งคุยกัน ถ่ายภาพร่วมกัน แล้วแยกกันไปอย่างชื่นมื่น  |