เครือข่ายช่างกลปทุมวัน

หน้าห้อง

ประชาสัมพันธ์

กิจกรรม

บทความ

ประวัติช่างกล

หลังห้อง

ช่างกลมีแต่คนรูปหล่อ ช.ก. ช่างกลปทุมวัน . . . The First of Engineer . . . www.patumwan.net

• สามปีในรั้ว ช.ก. ช่างกลปทุมวัน (รุ่น ๔๑ ปีการศึกษา ๒๕๑๓-๒๕๑๕)

แต่เดิมนั้นประเทศไทยเราได้ชื่อว่าเป็นประเทศกสิกรรมเพราะอาชีพหลักของชาวบ้านก็คือทำไร่ทำนา อย่างแถวบ้านพี่เล็กในย่านฝั่งธนฯซึ่งปัจจุบันนี้คือแถวสะพานพระปิ่นเกล้าฯ ก็เป็นสวนผลไม้เป็นส่วนใหญ่ มีทั้งชมพู่ มะม่วง มะเฟือง มะไฟมะปราง มะขวิด แม้ในพงหญ้ารกๆ ก็มีต้นมะอึกขึ้นมาให้เด็ดไปตำน้ำพริก ตามบ้านเรือนก็ต้องมีต้นไม้ใหญ่อย่างน้อยหนึ่งต้นเช่นต้นชมพู่ มะม่วงหรืออย่างน้อยก็ต้นมะยมสักต้น

ในยุคสามสิบกว่าปีที่ผ่านมานั้นประเทศไทยเราเริ่มเบนเข็มจากประเทศกสิกรรมมาเป็นประเทศอุตสาหกรรม โดยมีประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจยกทัพมาเปิดโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยเรากันอย่างมากมายนัก เมื่อโรงงานอุตสาหกรรมผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็วก็ย่อมมีความต้องการบุคคลากรโดยเฉพาะช่างเทคนิคจำนวนมาก ดังนั้นโรงเรียนอาชีวศึกษาเช่นโรงเรียนช่างอุตสาหกรรมต่างๆก็ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดเช่นกันเพื่อรองรับกระแสนั้น

ในช่วงนั้นประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๓ พี่เล็กก็เป็นวัยรุ่นอยู่พอดีจบชั้น ม.ศ. ๓ มาจากโรงเรียนย่านฝั่งธนฯ ก็ได้เวลาที่จะต้องตัดสินใจว่าจะเรียนอะไรต่อจะเป็นสายสามัญหรือสายอาชีพ และจะเรียนที่ไหนดีก็ปรึกษาเพื่อนๆ เมื่อคุยกันกับมิตรสหายและสังเกตดูรุ่นพี่ๆแถวๆบ้านที่ไปเรียนอาชีวะแล้วไปต่อเทคนิคเมื่อจบมาก็ทำงานดีๆกันทั้งนั้น พี่เล็กจึงตัดสินใจเลือกโรงเรียนช่างกลปทุมวันทันทีแล้วได้ไปเรียนกวดวิชาที่โรงเรียนวัดช่างแสงเพราะกลัวสอบไม่ติด และเมื่อผลสอบออกมาก็สมใจเหมือนถูกล็อตเตอรี่เพราะพี่เล็กสอบติดช่างวิทยุและโทรคมนาคมซึ่งเลือกไว้อันดับสาม วันแรกเปิดเรียนวันแรกได้ใส่เครื่องแบบนักเรียนช่างกลโดยที่เสื้อนักเรียนมีอักษรช.ก.อยู่ในรูปเฟืองสีเลือดหมูดูเท่มาก กางเกงขาสั้นสีกรมท่า เข็มขัดสีน้ำตาลถุงเท้าและรองเท้าสีดำ ทุกเช้าจะยืนเข้าแถวหน้าตึกอำนวยการเพื่อเคารพธงชาติ และฟังโอวาทจากอาจารย์ผู้ปกครองหรือจากท่านผู้อำนวยการ(อจ.อรรณพ ประชันรณรงค์) บางครั้งก็เป็น อจ.สมโชค จันสิริ มาให้โอวาทและอบรมอย่างถึงกึ๋น การเข้าแถวตอนเช้านี้นับว่ามีประโยชน์มากเพราะเป็นการสื่อข่าวสารต่างๆให้นักเรียนได้รับรู้และปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน เข้าไปวันแรกอาจารย์ก็บอกว่าพวกเราเป็นนักเรียนช่างกล รุ่น๔๑ นะ ก็ได้มีความรู้สึกแปลกใหม่เข้ามาในใจว่าที่นี่เค้ามีรุ่น แล้วได้รับรู้ว่าวันที่ ๑ สิงหาคม เป็นวันเกิดโรงเรียน(โดยกำเนิดตั้งแต่มี พ.ศ. ๒๔๗๕) ทำให้รู้สึกอบอุ่นและภูมิใจมาก

แม้จะเข้าไปเรียนในแผนกช่างวิทยุฯแต่ก็มีโอกาสได้สวมชุดหมีเพราะมีวิชาบังคับให้นักเรียนช่างกลทุกคนต้องผ่านด่านนี้ ซึ่งก็คือการตะไบเหล็กในชอพช่างกลโรงงานเมื่อได้สวมชุดหมีก็รู้สึกชอบมาก แต่พอไปตะไบเหล็กก้อนสี่เหลี่ยมให้เป็นซีแคมป์ ก็เล่นเอามือพองหนังถลอก ได้เฮฮาสนิทสนมกับเพื่อนๆ ได้ปรึกษาหารือกันช่วยเหลือกันและก็ได้รู้รสชาติของการเรียนช่างกล

ในวันไหว้ครูนั้น หลังจากเสร็จพิธีไหว้ครูจะมีการแต่งตั้งประธานนักเรียนโดยท่านผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้มอบเข็มให้ ประธานนักเรียนและคณะกรรมการก็จะมีหน้าที่เตรียมงานวันเกิดโรงเรียน๑ สิงหาคม และมาสอนรุ่นน้องให้เพลงเชียร์ การแข่งขันกีฬาของช่างกลจะมีงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่คืองานเฟืองทองสัมพันธ์โดยรวม ๔ เฟืองในสังกัดโรงเรียนรัฐบาล ได้แก่โรงเรียนช่างกลปทุมวัน ช่างกลพระนครเหนือช่างกลนนทบุรีและช่างกลลพบุรี มาเป็น ๔ เฟืองทองสมานฉันท์กัน และงานที่ยิ่งใหญ่ของโรงเรียนช่างกลปทุมวันก็คืองานพิธีรับพระราชทานเหรียญทองสำหรับผู้ประพฤติดีจากสมเด็จย่า

ทุกเช้าที่ก้าวเข้ามาถึงหน้าประตูโรงเรียนนักเรียนช่างกลจะยืนตรงและยกมือไหว้องค์พระวิษณุกรรมพระบิดาแห่งวิชาช่าง และเช่นเดียวกันเมื่อจะกลับบ้านตอนเลิกเรียนเมื่อถึงบริเวณประตูโรงเรียนก็จะหันกลับมายืนตรงและยกมือไหว้พระวิษณุ ซึ่งไม่เฉพาะนักเรียนช่างกลของเราเท่านั้นเพราะไม่ว่าจะเป็นลูกวิษณุสถาบันไหนที่เข้ามาเยือนสถาบันของเราก็จะทำเช่นนี้ เช่นในวันที่ ๑ สิงหาคม เมื่อโรงเรียนจัดงานวันเกิดก็จะมีนักเรียนช่างกลจากโรงเรียนต่างๆเข้ามาไหว้องค์พ่อพระวิษณุที่นี่ แล้วเข้าไปชมการแสดงต่างๆ ในหอประชุม(โรงอาหารนั่นเอง)ทุกสถาบันที่เข้ามาก็ล้วนสามัคคีกันเพราะเป็นเพื่อนกันทั้งนั้น แหะๆ พอดีตอนอยู่ปีสองพี่เล็กมีเพื่อนเป็นนักเรียนพาณิชย์อยู่แห่งหนึ่งจึงชวนเข้ามาสิบกว่าคนเพื่อนมันรุมจีบกันใหญ่เลย

ตอนพี่เล็กอยู่ปีหนึ่ง เรียนรอบเช้าได้พักหนึ่งทางโรงเรียนก็ได้เปิดรับนักเรียนเพิ่มเป็นรอบบ่าย(รุ่นแรก) ทำให้มีเพื่อนเพิ่มขึ้น เพื่อนคนหนึ่งที่พี่เล็กรู้จักคือเพื่อนหยิกรู้จักกันตอนเรียน ร.ด. การเรียน ร.ด. นี่ดีอย่างหนึ่งคือทำให้รู้จักเพื่อนเพิ่มขึ้นมากมาย เพราะเวลาเข้าแถวจะยืนเรียงกันตามตัวอักษรทำให้สลับห้องสลับแผนกกันจึงรู้จักกันมากขึ้นแล้วก็สนิทสนมรักกันมากขึ้น เลิกเรียนก็ไปเที่ยวเล่นด้วยกันกลับบ้านด้วยกัน สำหรับเพื่อนหยิกนี่อยู่ช่างวิทยุเหมือนกันเมื่อได้คุยกันจึงรู้ว่าเพื่อนทำงานด้วย และมีปัญหาตรงที่ต้องทำงานวันเสาร์และรอบบ่ายก็เรียนวันเสาร์ด้วยพี่เล็กจึงเอามาเป็นข้ออ้างเพื่อขอย้ายสลับภาคเรียนกัน มาเรียนรอบบ่ายก็ดีเหมือนกันได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆซึ่งส่วนมากเรียนต่างแผนกกัน แต่สนิทกันมากเพราะกลับบ้านด้วยกันทุกวัน ก่อนมาเรียนก็แวะบ้านเพื่อนเพื่อมาโรงเรียนพร้อมกันเมื่อปิดเทอมไปเที่ยวเชียงใหม่ด้วยกันจนเงินหมดต้องขายกางเกงเป็นค่ารถ บขส. เพื่อกลับกรุงเทพฯ

สมัยนั้นเรียนสนุกนั่งลุกสบาย เผลอแป๊บเดียวจบไปแล้วสามปีแต่บางคนที่ยังไม่จบก็เรียนซ่อมจนจบไปได้ .. ถ้าไม่ละความพยายาม ช่วงใกล้จบก็จะมีประกาศรับสมัครงานต่างๆมาติดไว้ที่บอร์ด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มีรุ่นพี่ๆ ทำงานอยู่ เรียกว่าไม่ต้องกลัวตกงาน ความจริงเรื่องประทับใจในรั้วช่างกลปทุมวันนั้นมีมากมายแต่บางเรื่องเหมือนจะเรื่องส่วนตัวและไม่มีสาระนักก็ไม่อยากจะเล่าให้ฟัง แต่อยากจะบอกว่ารู้สึกประทับใจมากกับการเรียนช่างกลทั้งสามปีทั้งรอบเช้าและรอบบ่าย และสิ่งที่ประทับใจมากที่สุดก็คือ "เพื่อน"

หน้าถัดไป>

พี่เล็ก ช.ก.๔๑