|
|
|
นิราศ บ้านใบไม้
| ๏ โคจรมาพบหน้า - เราช่างกลปทุมวัน นัดมาร่วมสังสรรค์ นิราศบ้านใบไม้ | ตากัน มั่นไว้ สมานจิต ฉบับนี้จึงแถลง ๚ |
และแล้ว ... วันที่รอคอยก็มาถึง ๗ ธ.ค. ๔๕ วันเปิดร้าน บ้านใบไม้ ซึ่งพี่เล็กพร้อมด้วย ยศ๕๕ ยักษ์๕๖ ยี๋๕๖ และใหญ่๖๑ รวมห้าหน่อพอดี ได้ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ก็ราว ๆ ห้าโมงเย็นโดยขับรถอ้อมเล่น กว่าจะไปถึงร้านบ้านใบไม้ของน้องม่อน ๕๗ ที่ปราจีนบุรี ก็ราวๆ ทุ่มครึ่ง
เมื่อไปถึงก็ได้พบกับพี่เลื่อน ๓๔ พี่อารีย์ ๓๗ และอาจารย์พิทยา ๔๑ (รุ่นเดียวกัน) แล้วยังมีน้องระ ๔๙ กับน้องๆอีกหลายคนที่นั่งรับประทานอาหารกันอยู่ก่อนแล้ว พี่เล็กได้นั่งติดกับอาจารย์พิทยา (ผอ.ปทุมวัน๒ ปราจีนฯ) ก็เลยได้คุยกันชื่นมื่น ส่วนมากก็จะคุยกันเรื่องครอบครัว ซึ่งลูกของอาจารย์เรียนจบและทำงานแล้ว ดังนั้นท่านผอ.พิทยาจึงมีเวลาทุ่มเทกับการบริหารงานในวิทยาลัยได้อย่างเต็มที่
เมื่อรับประทานอาหารไปเรื่อยๆ แล้วซดต้มยำที่อร่อยมากๆ ไปหลายอึกแล้ว พี่เล็กก็ได้ชักชวนพี่น้องไปถ่ายรูป ที่หน้าร้าน บ้านใบไม้ เป็นที่ระลึกได้หลายรูป จากนั้นพี่เล็กก็ได้ยืนคุยกับพี่อารีย์ ๓๗ ซึ่งท่านเป็นรุ่นเดียวกันกับรุ่นพี่ที่ ทศท. คือพี่สุจินต์ ๓๗ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับผู้อำนวยการฝ่ายใน ทศท. ซึ่งพี่เล็กทำงานอยู่ พี่อารีย์เล่าให้ฟังว่าเรียนช่างกลและเทศนิคด้วยกัน แต่ไปต่อเทคโนฯ คนละที่กัน โดยพี่สุจินต์ไปต่อที่บางมด ส่วนพี่อารีย์ไปต่อที่พระนครเหนือ (ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) พี่อารีย์เคยทำงานอยู่ กฟผ. แล้วได้ลาออกมาทำงานส่วนตัวคือเปิดปั๊มน้ำมันที่ปราจีนฯ ท่านบอกว่าตอนนั้นเงินเดือนก็ห้าหมื่นแล้ว (เมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว) แต่อยากลองดู แต่พอออกมาทำสักพักก็เจอปัญหาฟองสบู่แตก กิจการเลยไม่เป็นไปตามเป้าหมายนัก แต่ก็พออยู่ได้ ซึ่งตอนนี้ก็อยู่กันสองคนตายาย เพราะลูกๆ ก็โตกันหมดแล้วและทำงานแล้ว แล้วพี่อารีย์ก็ได้ให้ข้อคิดไว้กับพี่เล็กหลายๆอย่าง อย่างพี่สอนน้องซึ่งประทับใจมาก เพราะพี่ท่านดูเป็นคนใจดี ใจเย็น แต่เข้มแข็ง มีภูมิรู้แต่ไม่โอ้อวด ซึ่งพี่เล็กก็ขอจดจำ เพื่อเอาติดตัวไปใช้อย่างครูพักลักจำ เพราะบางสิ่งบางอย่างไม่มีการสอนในตำรา
ในช่วงนี้ท่าน ผอ.พิทยา ๔๑ ได้ขึ้นไปร้องเพลงกับพี่เลื่อน ๓๔ บนเวทีด้านใน พี่เล็กก็ได้กลับไปนั่งคุยกันต่อที่โต๊ะ โดยมีน้องระ ๔๙ และเจ้าด่วน ๖๕ มาแจมด้วย ในตอนนี้ก็มีน้องตี๋ ช.ก. ๔๘ กับคณะจากอยุธยาเดินทางมาถึงและนั่งอยู่ตรงข้ามกัน สักพักพี่เลื่อน ๓๔ ก็เดินออกมาเรียก เล็กๆ แล้วส่งสุราให้พี่เล็กหนึ่งแก้ว ก็รีบยกมือไหว้พี่เลื่อนแล้วบอกว่า ขออภัยครับพี่เลื่อน พอดีผมเลิกดื่มแล้วครับ พี่เลื่อนก็กล่าวว่า เออๆ งั้นไม่เป็นไร พี่เล็กก็เสริมว่าผมเลิกดื่มเพราะหลวงพ่อปาน จากนั้นก็ได้นั่งคุยกันในโต๊ะ ทั้งกับพี่ๆน้องๆและตู้เอทีเอ็มสองตู้ที่นั่งอยู่ในโซนเดียวกัน
น้องระและน้องสมพงษ์ ๔๙ นี่เป็นรุ่นเดียวกันก็เลยเบรคกันตลอด ทำให้ครึกครื้นมาก ทั้งสองคนได้เล่าประสบการณ์พิเศษให้ฟัง ซึ่งก็เป็นประโยชน์ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ได้ แล้วน้องสมพงษ์ซึ่งเป็นคนสระบุรี ก็ได้เล่าให้ฟังถึงอุปนิสัยใจคอของพี่ล้วนช.ก.๓๙ ซึ่งอยู่ที่สระบุรีว่าพี่เค้านิสัยดีและให้ความเมตตากับรุ่นน้องมากทำให้อยากไปเยี่ยมเยียน ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่คงต้องแวะอุดหนุนร้านพี่ล้วนข้าวมันไก่ ที่อ.พระพุทธบาทสักครั้งหนึ่ง โดยจะไม่แนะนำตัวจนกว่าจะจ่ายเงินค่าอาหารเป็นที่เรียบร้อย เพราะกลัวพี่เค้าจะเลี้ยงน่ะครับ
ต่อมาอาจารย์พิทยาได้ขอตัวกลับก่อน แล้วไม่นานพี่เลื่อนและพี่อารีย์ก็ได้ขอตัวกลับเช่นกัน แต่สักพักก็มี ช.ก.๖๕ แน่นปึ้กเดินทางมาถึงเพิ่มเติมอีกทีละคนสองคนรวมได้ประมาณห้าคน แล้วก็มีลูกศิษย์อาจารย์พิทยา คือน้องๆจากช่างกลปทุมวัน ๒ ปราจีนบุรีแวะเข้ามา ๓-๔ คน ถ้าลำดับเวลาและจำนวนคนคลาดเคลื่อนบ้างก็ขออภัยและแจ้งกันเข้ามาได้นะ เพื่อจะได้แก้ไข แต่เนื้อหาสาระหรือเหตุการณ์ที่นำเสนอนี้ไม่คลาดเคลื่อนแน่ๆ เพราะประทับใจจึงจำได้แม่นยำ
มีช่วงหนึ่งพี่เล็กได้ถามน้องสู้ ๖๖ ถึงเรื่องการเดินทางไปที่วัดช้างให้ ที่จังหวัดปัตตานี น้องสู้จึงได้ไปตามน้องเอก ๕๙ ซึ่งอยู่ที่ยะลามาให้คำแนะนำซึ่งได้ประโยชน์มากเลย แล้วยังอาสาจะเป็นไกด์ให้ด้วย ถ้าพี่เล็กไป ซึ่งรู้สึกปลื้มมากกับน้ำใจของน้องๆ
ระหว่างคุยกันอยู่นั้น เจ้าด่วนที่เข้ามานั่งกระแซะข้างพี่เล็กมันก็ถามถึงลูกสาวพี่เล็ก มันว่า ลูกสาวพี่เล็กใช่คนที่ใส่เสื้อสีชมพูในเว็บรึเปล่า? พี่เล็กก็ว่า เออใช่ ทำไม? มันบอกว่า น่ารักดี แล้วหัวเราะคิกๆ พี่เล็กเลยเอารูปในกระเป๋าตังค์ให้มันดู ซึ่งในภาพมีลูกสาวพี่เล็ก ช.ก.๓๘ ยืนอยู่ด้วย ก็เลยขอดูกันหลายๆ คน ที่พี่เล็กให้ดูก็เพื่อให้ดูว่านี่เป็นน้องเป็นนุ่ง เป็นลูกหลานของรุ่นพี่ช่างกลฯ แต่เจ้าด่วนมันทะลึ่งไม่หยุด พี่เล็กจึงเขกกระบาลไปหนึ่งที มันยังหัวเราะอีก น้องยศ ๕๕ ที่นั่งตรงข้ามคงหมั่นไส้ เลยเอื้อมมะเหงกมาเขกอีกหนึ่งโป๊ก!
ช่วงนี้ผู้ใหญ่กลับไปแล้ว น้องตี๋ ๔๘ จากอยุธยาก็เกิดคึกขึ้นมา (คงเครื่องร้อน) ได้ขออนุญาตพี่เล็ก (ในฐานะผู้เฒ่าที่สุดในเวลานั้น) เล่นอะไรสนุกๆ กับน้องๆ โดยให้พี่เล็กรินน้ำชาจากขวดสี่เหลี่ยมลงในเหยือกใบใหญ่ แล้วรินให้ชิมกันตามลำดับรุ่น เริ่มที่น้องตี๋รินเอง แล้วรินให้ระ ๔๙ (ช่วงนี้สมพงษ์ ๔๙ กลับไปแล้ว) จึงข้ามไปยศ ๕๕ ยศกับเบียร์ ๕๕ รุ่นเดียวกัน เบียร์จึงรินเองดังในภาพ แล้วก็ต่อไปถึงน้องๆ ที่อยู่ใกล้ๆ
ช่วงเดียวกันนี้ อีกมุมหนึ่งมีการซ่อมกันแล้ว โดยไล่ลงไปตั้งแต่รุ่น ๕๖ ยันรุ่น ๖๗ โดยได้ข่าวว่าเป้าหมายคือรุ่นเจ้าด่วน ช.ก. ๖๕ แน่นปึ้ก! ซึ่งต้องตามกันอยู่นาน ฮ่าๆ งานนี้น้องตี๋ ๔๘ กับเจ้าระ ๔๙ เกาะพี่เล็กแน่นเลย กลัวพี่เล็กจะคึกขึ้นมาบ้าง พี่เล็กเห็นว่ามาไกลแล้วก็เห็นรอยตีนกาขึ้นพอๆกัน ก็เลยไม่คึก ... อิอิอิ เลยวางเฉย
พอแขกข้างในเริ่มทะยอยกลับ ทั้งหมดก็ตั้งโต๊ะยาวมานั่งรวมกัน แล้วก็ร้องเพลงกัน ช่วงนี้ ช.ก.๖๕ แน่นปึ้ก! มาไม่ครบ เลยมีการซ่อมกันอีก พี่เล็กดูอย่างเดียวยังเมื่อยเลย ระหว่างนั่งในโต๊ะ น้องตี๋ ๔๘ ได้ขออนุญาตพี่เล็กอบรมน้องๆ ที่นั่งใกล้กันเรื่องครอบครัว โดยให้ทุกคนรักครอบครัว รักลูกรักเมีย และให้เกียรติผู้หญิง ซึ่งพี่เล็กรู้สึกชื่นชมมาก
สุดท้ายก่อนกลับ น้องๆ นำโดยน้องตี๋ ๔๘ ได้ให้เกียรติพี่เล็ก (ตัวแทนรุ่นพี่) เป็นอย่างมาก โดยได้เข้ามารายงานตัวทีละคน ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่แน่นปึ้ก! พร้อมเพรียงและสนุกสนานมาก เพราะมีการแกล้งกันตลอดเวลา แล้วก็ซ่อมกันเป็นระยะๆ โดยเฉพาะเจ้าออม ๖๕ ซึ่งยังเมาอยู่ หมอนี่รายงานตัวไม่ถูก เลยขอซ่อมตัวเอง โดยอ้างว่า ผมอยากสร่างครับพี่ ... อิอิอิ
พอมาถึงคิวเจ้าด่วน ๖๕ .... ก็วุ่นวายอีกครั้ง เพราะไม่รู้หายตัวไปไหน ตามหากันอยู่นาน ช่วงรอก็รู้สึกจะซ่อมกันไปพลางๆ สักพักก็หามร่างไร้อารมณ์ของเจ้าด่วนออกมา แล้วมันก็หลับตารายงานตัวได้สองคำ แล้วก็ .. คร่อก! พี่เล็กก็เลยให้หามกลับ
เมื่อรายงานตัวลงไปถึงรุ่น ๖๗ ครบแล้ว ก็มานั่งร้องเพลง คำสัญญา ด้วยกัน จากนั้นก็ออกมาร่ำลากันอีกหลายนาที ด้วยความรักสมัครสมานอย่างพี่น้องช่างกล ๛
![]() | ![]() | ![]() |
![]() | ![]() | ![]() |
![]() | ![]() | ![]() |
![]() | ![]() | ![]() |
![]() | ![]() | ![]() |
![]() | ![]() | ![]() |
![]() | ![]() | ![]() |
![]() | ![]() | ![]() |
![]() | ![]() | ![]() |